ข้อมูลต่อไปนี้ถูกจัดหาให้โดย:

ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
กรมประชาสงเคราะห์
ถนนราชวิถี
กรุงเทพฯ 10400

 

 adoption

แนวทางสำหรับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศกรณีเด็กไทย

เอกสารที่จำเป็นสำหรับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศกรณีเด็กไทย

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลสัญชาติอเมริกาประสงค์จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมบุคคลสัญชาติไทยสามารถค้นหาได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา http://travel.state.gov/adoption_thailand.html

แนวทางการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ

1. มันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ยื่นคำขอที่จะยื่นแบบคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมผ่านเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสวัสดิการสังคมในประเทศของพวกท่าน เช่น หน่วยงานภาครัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดสวัสดิการสังคมหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่ไม่ใช่ภาครัฐที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลของพวกท่านที่จะจัดการในเรื่องการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ (หน่วยงานผู้มีอำนาจ)

2. ภายใต้พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ปี 2522 ของประเทศไทย ทุกคำขอการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศจะต้องมีการดำเนินการผ่านกรมประชาสงเคราะห์ (ปส.) หรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่ไม่ใช่ภาครัฐที่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะจากกรมประชาสงเคราะห์ (ปส.) (หน่วยงานผู้มีอำนาจ) ในความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจและภายใต้การดูแลของคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ (ปส.) ถูกกำหนดให้เป็นประธานคณะกรรมการในขณะที่ผู้อำนวยการของกรมประชาสงเคราะห์ (ปส.) ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการฯ

3. คุณสมบัติเบื้องต้นของการยื่นขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีดังต่อไปนี้: –

– อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และมีอายุแก่กว่าไม่ต่ำกว่า 15 ปีกับเด็กที่จะทำการรับเป็นบุตรบุญธรรม
– มีสิทธิ์ที่จะรับเด็กต่างชาติเป็นบุตรบุญธรรมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศภูมิลำเนา
– มีคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย

4. การยื่นขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและเอกสาร รวมถึงการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เป็นลูกเลี้ยงหรือญาติพี่น้องจะต้องได้รับการยื่นโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจต่อกรมประชาสงเคราะห์ (ปส.)หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจ ในความเชื่อมโยงนี้ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจะต้องจัดเตรียมเอกสาร 3 อย่างให้แก่กรมประชาสงเคราะห์ (ปส.) หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้: –

4.1 รายงานการศึกษาครัวเรือนที่ทำโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจซึ่งควรจะรวมถึงรายละเอียดทางกายภาพและสุขภาพจิตของผู้ยื่นคำขอ สถานะครอบครัว สินทรัพย์ หนี้สิน และสถานะทางการเงิน, ชื่อเสียงส่วนบุคคล เงื่อนไขของสถานที่อยู่อาศัย ขนาดของวุฒิภาวะทางครอบครัวและความสามารถในการให้ความรักและความดูแลแก่เด็ก การสร้างแรงจูงใจและเหตุผลพิเศษใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการและผลประโยชน์ของเด็ก ความสัมพันธ์ของผู้ปกครองและภาระผูกพันต่อเด็กที่เกิดจากการสมรสก่อนหน้า (ถ้ามี) และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ยื่นคำขอ

4.2 คำสั่งที่ได้รับการอนุมัติทำโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในกรณีที่อาจจะยืนยันว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติสำหรับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศของตนและมีครบทุกประการเหมาะสำหรับจะเป็นพ่อแม่บุญธรรมของเด็กต่างชาติ

4.3 คำสั่งที่ทำโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลก่อนการวางตำแหน่งการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ในกรณีการวางตำแหน่งดังกล่าวได้รับการให้แก่ผู้ยื่นคำขอและต้องมีการจัดทำรายงานความคืบหน้าอย่างน้อยสองเดือนแก่กรมประชาสงเคราะห์ (ปส.) ระยะเวลาก่อนการวางตำแหน่งการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นระยะเวลาการทดลองอย่างน้อยหกเดือน

5. แบบฟอร์มใบสมัครอย่างเป็นทางการ (ตามเอกสารแนบ) จะได้รับการกรอกข้อมูลและส่งกลับโดยผู้ยื่นคำขอให้แก่ ปส. หรือหน่วยงานที่มีอำนาจผ่านทางเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ แบบฟอร์มดังกล่าวจะต้องมีการแนบมากับเอกสารที่จำเป็นเพิ่มเติมตามที่อ้างถึงด้านล่าง

– ใบรับรองแพทย์ตรวจสอบสุขภาพที่ดีทางกายภาพ ความมั่นคงทางจิตใจ และภาวะมีบุตรยากของผู้ยื่นคำขอ (ถ้ามี)
– เอกสารรับรองการสมรส
– เอกสารรับรองอาชีพและรายได้
– เอกสารรับรองสถานะทางการเงิน
– เอกสารรับรองสินทรัพย์
– หนังสือการให้คำแนะนำที่ได้รับการอ้างอิงอย่างน้อยสองอย่าง
– เอกสารคัดสำเนาใบหย่าของผู้ยื่นคำขอ (ถ้ามี)
– รูปถ่ายของผู้ยื่นคำขอ ขนาด 4.56 x 6 เซนติเมตร จำนวน 4 รูป อันรวมถึงรูปถ่ายของบุตรผู้ยื่นคำขอ (ถ้ามี) และบริเวณบ้านของผู้ยื่นคำขอ
– เอกสารจากตรวจคนเข้าเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่งดังกล่าวที่ให้อนุญาตการอพยพถิ่นฐานของเด็กที่จะถูกรับเป็นบุตรบุญธรรม
– การยืนยันจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหรือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องว่าหลังการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายไทยจะได้รับการรับรองที่ถูกต้องภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้ยื่นคำขอเมื่อถึงเวลา

6. เป็นสิ่งจำเป็นที่เอกสารทั้งหมดต้องเป็นต้นฉบับและถูกตรวจสอบโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลในประเทศผู้ยื่นคำขอหรือส่งผ่านช่องทางทางการทูต ดังนั้นโปรดทราบว่าภาษาทางการของเราเป็นภาษาไทย อย่างไรก็ตาม ภาษาอังกฤษก็สามารถนำไปใช้ได้ ดังนั้นเอกสารในภาษาอื่นๆ จะต้องแนบมากับเอกสารแปลของเอกสารนั้นๆ ทั้งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล

7. สำหรับผู้ยื่นคำขอที่อาศัยอยู่ชั่วคราวในต่างประเทศ จำเป็นต้องทำรายงานการศึกษาครอบครัวและสิทธิ์ของพวกเขาสำหรับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศจะต้องได้รับการประเมินและได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในประเทศภูมิลำเนาของตน ยกเว้นกรณีที่ผู้ยื่นคำขอที่ได้อาศัยอยู่ในประเทศมาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีก่อนที่จะส่งใบคำขอของพวกตน และจะยังคงอยู่ในประเทศนั้นๆ จนกว่าการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะเสร็จสมบูรณ์ อาจจะขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในประเทศที่พวกเขาได้อาศัยอยู่ชั่วคราว เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอาจจัดทำรายงานการศึกษาครอบครัวและดูแลก่อนการวางตำแหน่งการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อถึงเวลา สิทธิ์ของพวกเขาสำหรับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศอาจได้รับการยืนยันจากสถานทูตของประเทศที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศดังกล่าว นอกจากนี้การอนุญาตให้เด็กที่จะถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อเข้าประเทศจะต้องได้รับการยืนยันต่อ ปส. โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ

8. เมื่อได้รับเอกสารที่จำเป็นทั้งหมด ในบางกรณีจะยื่นต่อคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งจะได้รับการยืนยันผลให้แก่ผู้ยื่นคำขอผ่านทางเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจว่าพวกเขาจะได้รับการอนุมัติเป็นว่าที่พ่อแม่บุญธรรมหรือไม่

9. ในกรณีที่การยื่นคำขอมีการประมวลผลผ่านปส. การจับคู่ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมกับเด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับรับไปเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศจะได้รับการจัดเตรียมให้โดย ปส.

10. ในกรณีที่การยื่นคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีการประมวลผลผ่านทางหน่วยงานผู้มีอำนาจ กรมประชาสงเคราะห์ (ปส.) มีสิทธิที่จะพิจารณาและตรวจสอบ (ถ้าจำเป็น) ภูมิหลังของเด็กที่จะถูกรับไปเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อที่จะได้รับการยืนยันว่าเด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับรับเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ การตรวจสอบนี้จะต้องทำก่อนที่จะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

11. หลังจากทำการจับคู่ ถ่ายภาพ และมีข้อมูลเกี่ยวกับภูมิหลังและภาวะสุขภาพของเด็กจะทำการส่งผ่านเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจไปยังว่าที่พ่อแม่บุญธรรมเพื่อการพิจารณา

12. ในกรณีที่ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมยอมรับเด็ก เรื่องจะได้รับการยื่นต่อไปยังคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมตามลำดับสำหรับการอนุมัติการวางตำแหน่งก่อนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

13. ในกรณีที่การวางตำแหน่งก่อนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้รับการอนุมัติ การนัดหมายที่แน่นอนที่จะได้รับการทำโดยปส. หรือหน่วยงานที่มีอำนาจสำหรับว่าที่พ่อแม่บุญธรรมที่จะเดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อพบและได้รับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และจากนั้นจะรับเด็กเพื่อวางตำแหน่งก่อนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม หากมีเพียงคนหนึ่งคนใดในว่าที่พ่อแม่บุญธรรมสามารถเดินทางมาได้ดังกล่าว ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากคู่สมรสเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในการดำเนินการนี้

14. ในการการรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมครั้งที่สองอาจเป็นไปได้ที่จะขอกรมสังคมสงเคราะห์ ปส. พาเด็กไปยังประเทศของว่าที่พ่อแม่บุญธรรม ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมดจะได้รับการชำระโดยว่าที่พ่อแม่บุญธรรม

15. สำหรับการจัดสรรเด็กโดยปส. ปส.จะอำนวยความสะดวกในการออกเอกสารที่จำเป็นสำหรับการเดินทางของเด็ก ดังนั้นว่าที่พ่อแม่บุญธรรมควรบริหารจัดการในการพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยประมาณสองสัปดาห์เพื่อการนี้้ ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมจะต้องมีการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการเดินทางของเด็กที่จะถูกรับไปเป็นบุตรบุญธรรม เช่น ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง และ ค่าโดยสาร

16. เมื่อกลับถึงประเทศของตน ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมได้รับคำขอให้รายงานต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเพื่อให้การกำกับดูแลการวางตำแหน่งก่อนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่จะเริ่ม

17. เมื่อได้รับรายงานการวางตำแหน่งก่อนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในระยะเวลาอย่างน้อยสามเดือน และหากการวางตำแหน่งได้รับการประเมินในเชิงบวก ปส.จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการารรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อขออนุมัติการสรุปการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมดังกล่าวภายใต้กฎหมายไทยโดยการจดทะเบียน การตัดสินใจของคณะกรรมการจะได้รับการแจ้งไปยังว่าที่พ่อแม่บุญธรรมอีกครั้งผ่านเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

18. เป็นภาระผูกพันที่ว่าที่พ่อแม่บุญธรรมจะต้องจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของพวกเขาภายใต้กฎหมายไทยภายในระยะเวลาหกเดือนหลังจากรับทราบการแจ้งดังกล่าว การจดทะเบียนสามารถดำเนินการได้ทั้งที่สถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้อง หรือสำนักงานเขตใดๆในประเทศไทย การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายไทย หลังจากนี้การรับรองความถูกต้องของการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศควรต้องได้รับการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจะต้องแจ้งผลการดำเนินการต่อปส.

19. โปรดทราบว่าการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมากกว่าหนึ่งคนในครั้งเดียวเป็นไปได้ยากมาก ยกเว้นฝาแฝด พี่น้องหรือในกรณีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสชาวไทยเป็นผู้ยื่นคำขอ  และไม่น่าที่เด็กกำพร้าที่อายุต่ำกว่าหนึ่งปีจะสามารถดำเนินการสำหรับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ เกี่ยวกับระยะเวลาในการประมวลผลของการยื่นคำขอการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เป็นไปไม่ได้ที่จะระบุระยะเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตามในกรณีทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ความสมบูรณ์ของเอกสารที่จำเป็น และความพร้อมของเด็กเพื่อให้เหมาะกับแต่ละครอบครัวของว่าที่พ่อแม่บุญธรรม

 

—————————

ศูนย์รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
กรมประชาสงเคราะห์
ถนนราชวิถี
กรุงเทพฯ 10400
สิงหาคม 2540

This post is also available in: อังกฤษ ฝรั่งเศส